Wealth Compass ระหว่างวันที่ 23 - 30 ตุลาคม 2569
ในสัปดาห์นี้ ตลาดการเงินจับตาการประชุมธนาคารกลางชั้นนำ ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม โดยให้ความสำคัญกับสัญญาณนโยบายการเงินในเดือนธันวาคมและปี 2027 ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรป โดยเฉพาะการประท้วงในฝรั่งเศส ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน
อย่างไรก็ดี Yuanta CIO ยังให้น้ำหนักกับผลประกอบการไตรมาส 3/2026 (Earnings Season) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดหลัก โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI (AI Infrastructure) ซึ่งจะสะท้อนความแข็งแกร่งของกำไรและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI
ธนาคารกลางสำคัญมีแนวโน้มคงดอกเบี้ย แต่ยังต้องติดตามการส่งสัญญาณในระยะข้างหน้า
Yuanta CIO ประเมินว่า การประชุมธนาคารกลางสำคัญ ทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยตามคาดการณ์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่สัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินในเดือนธันวาคมและปี 2027 ซึ่งแต่ละธนาคารกลางยังเผชิญปัจจัยเศรษฐกิจและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
สำหรับ Fed แม้เงินเฟ้อ CPI และ PPI เดือนกันยายน ออกมาสูงกว่าคาด แต่ยังไม่เพียงพอให้ต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้ Yuanta CIO ยังคงมุมมองต่อการคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม ก่อนปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม (October Pause, December Hike)
สำหรับ ECB ที่เผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อด้านพลังงาน ความไม่แน่นอนทางการเมือง และเศรษฐกิจที่เปราะบาง ความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดจึงอาจถูกจำกัด ส่วนด้าน BOJ แม้กรรมการส่วนใหญ่ยังสนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่จังหวะการดำเนินนโยบายยังขึ้นอยู่กับแนวโน้มค่าจ้าง เงินเฟ้อพื้นฐาน และการปรับประมาณการเศรษฐกิจในปีงบการเงิน 2027-2028
ขณะเดียวกัน ตลาดยังต้องติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล (Core PCE) ของสหรัฐฯ ซึ่ง Yuanta CIO ประเมินว่าอาจได้รับแรงกดดันจาก CPI/PPI น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังมีการปรับวิธีคำนวณบางหมวด
ความไม่แน่นอนทางการเมืองฝรั่งเศส เพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มตลาดหุ้นยุโรป
สถานการณ์การประท้วงในฝรั่งเศสกลับมาเป็นประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญ หลังความไม่พอใจเกี่ยวกับค่าครองชีพ สวัสดิการ และนโยบายงบประมาณภาครัฐ เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลที่ยังเผชิญความเปราะบางทางการเมือง โดยข้อมูลในอดีตสะท้อนว่า การประท้วงที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนมักส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นฝรั่งเศสค่อนข้างมาก
ขณะเดียวกัน ความพยายามลดรายจ่ายภาครัฐเพื่อควบคุมการขาดดุลการคลังยังเผชิญข้อจำกัด เนื่องจากอาจกระทบต่อการใช้จ่ายและการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงเพิ่มความไม่พอใจของประชาชน ท่ามกลางเสถียรภาพทางการเมืองที่ยังไม่แน่นอน ส่งผลให้ตลาดเริ่มสะท้อนความเสี่ยงผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสที่ปรับตัวสูงขึ้น
Yuanta CIO มองว่า หากสถานการณ์ดังกล่าวยังคงยืดเยื้อหรือขยายไปยังประเทศอื่นในยุโรป อาจเพิ่มแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นและแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่ความชัดเจนทางการเมืองและแนวทางปฏิรูปการคลังจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดยุโรปในระยะถัดไป
ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ 3Q26 ยังแข็งแกร่ง จับตาการสร้างผลตอบแทนจาก AI
ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2026 ของสหรัฐฯ ยังอยู่ในทิศทางเชิงบวก โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 ตุลาคม บริษัทในดัชนี S&P 500 ที่รายงานผลประกอบการแล้ว 122 บริษัท หรือประมาณ 24% ของทั้งหมด มีสัดส่วน 80% ที่ทำกำไรสูงกว่าคาดการณ์
ขณะที่กำไรของบริษัทที่รายงานแล้วเติบโตเฉลี่ยประมาณ 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน (YoY) โดยกลุ่มเทคโนโลยียังคงมีความโดดเด่น นอกจากนี้ สัดส่วนบริษัทที่ให้แนวโน้มผลประกอบการเชิงบวก (Positive Earnings Guidance) สำหรับไตรมาส 4/2026 อยู่ที่ 59% สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี และ 10 ปี
ขณะเดียวกัน ความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI (AI Infrastructure) ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง แม้ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนเงินทุนและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment) ซึ่งข้อจำกัดด้านเงินทุนอาจชะลอการขยายกำลังผลิตไม่ให้เกินความต้องการ
อย่างไรก็ดี การขยายตัวของ AI Infrastructure ยังเผชิญข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำ (Memory) วัสดุรองรับชิป (Substrate) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยแสง (Optical Connectivity) ซึ่งยังมีความเสี่ยงที่กำลังการผลิตจะขยายตัวไม่ทันความต้องการอยู่เช่นกัน สะท้อนว่าโอกาสการเติบโตของ AI ยังขยายไปสู่ชิ้นส่วนและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง
ด้วยเหตุนี้ การประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ รวมถึงบริษัทชั้นนำในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI ในสัปดาห์นี้ จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เพื่อประเมินแนวโน้มกำไร ความต้องการลงทุน และความสามารถในการรองรับการขยายตัวของ AI โดย Yuanta CIO ยังคงให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตแข็งแกร่งและความต้องการสินค้าและบริการที่ชัดเจน
แนะนำบริหารจัดการพอร์ตลงทุนตามแนวทาง Core & Satellite Strategy
ทีม Yuanta CIO ยังคงแนะนำการจัดพอร์ตภายใต้แนวทาง Core & Satellite Strategy เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนระยะยาว และการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากธีมการลงทุนที่มีศักยภาพ
Core Portfolio (สัดส่วน 60 - 80%) : มุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์หลักที่เป็นรากฐานของพอร์ตระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงและความสม่ำเสมอของผลตอบแทน
Satellite Portfolio (สัดส่วน 20 - 40%) : เน้นการลงทุนในธีมที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) โดยทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว (Buy on Weakness)
สำหรับสัปดาห์นี้ แม้การประชุมธนาคารกลางสำคัญมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่ความไม่แน่นอนในประเด็นการเมืองในยุโรป และความผันผวนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่แนวโน้มกำไรบริษัทและความต้องการลงทุนด้าน AI ยังมีปัจจัยสนับสนุน โดย Yuanta CIO ยังคงมองการปรับฐานเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานดี จึงแนะนำบริหารพอร์ตให้สอดรับกับภาวะตลาด ดังนี้
1. พอร์ตหลัก (Core Portfolio)
คงหุ้นโลกเป็นแกนหลักของพอร์ต โดยเน้นบริษัทคุณภาพที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมทยอยสะสมเมื่อราคาปรับฐานจากความผันผวนด้านนโยบายการเงินและปัจจัยมหภาค
สำหรับตราสารหนี้โลก ยังระมัดระวังการเพิ่มน้ำหนักตราสารหนี้ระยะยาว เนื่องจากธนาคารกลางสำคัญยังมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยเฉพาะในเดือนธันวาคม
ให้ความสำคัญกับการจัดสรร Core Portfolio ให้สอดคล้องกับสัดส่วนเป้าหมาย ก่อนทยอยเพิ่มการลงทุนใน Satellite Portfolio เพื่อรักษาสมดุลและกระจายความเสี่ยงของพอร์ต
2. พอร์ตเสริม (Satellite Portfolio)
คงมุมมองเชิงบวกต่อธีมโครงสร้างพื้นฐาน AI (AI Infrastructure) โดยเน้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ชิปหน่วยความจำ (Memory) และระบบเชื่อมต่อด้วยแสง (Optical Connectivity) ที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของการลงทุนด้าน AI
มองหาโอกาสในตลาดหุ้นไต้หวันและเกาหลีใต้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI โดยเน้นบริษัทที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตและความต้องการสินค้าชัดเจน
สำหรับหุ้นยุโรป ยังคงคำแนะนำให้น้ำหนักต่ำกว่าระดับปกติเล็กน้อย (Slightly Underweight) เนื่องจากความเสี่ยงทางการเมืองและความไม่แน่นอนด้านนโยบายการคลัง โดยเน้นคัดเลือกโอกาสเฉพาะกลุ่มมากกว่าการเพิ่มน้ำหนักตลาดในภาพรวม
เน้นทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว (Buy on Weakness) โดยแบ่งเงินลงทุนเป็นสัดส่วนตามแผน แทนการเข้าลงทุนพร้อมกันทั้งหมด เพื่อรองรับความผันผวนในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
คำเตือน : ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
หมายเหตุ : แผนการลงทุนมีการปรับตามภาวะตลาดเป็นรายสัปดาห์
ที่มา : Yuanta Wealth Compass (26 - 30 ตุลาคม 2569)
23 เล่ม · เลือกอ่านได้เลย