สำหรับสัปดาห์นี้ ตลาดกำลังรอจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งต่างมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการตัดสินใจสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยรอบนี้ แต่ต้องต้องติดตามสัญญาณต่อแนวโน้มของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาจากเงินเฟ้ออย่างเดียวหรือมีการเติบโตของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าคาด
ขณะเดียวกัน วัฏจักร AI ยังมีสัญญาณเชิงบวก หลังความต้องการเริ่มเปลี่ยนจากการคาดการณ์ (Forecast) ไปสู่การลงทุนจริง (Commitment) ผ่านการล็อกกำลังการผลิตและสัญญาระยะยาว พร้อมขยายโอกาสจากการประมวลผล (Compute) ไปยังระบบเครือข่าย หน่วยความจำ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมากขึ้น สะท้อนว่าโอกาสจาก AI ยังมีแนวโน้มกระจายตัวต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่
Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% แนะจับตาการส่งสัญญาณต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป
หลังการเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนสิงหาคม ออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่สูงกว่าคาดเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MoM) จากแรงหนุนของราคาพลังงานและค่าโดยสาร ขณะที่เงินเฟ้อภาคบริการยังอยู่ในระดับตึงตัว ตลาดจึงเทน้ำหนักสูงเกือบ 90% ต่อโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
อย่างไรก็ตาม Yuanta CIO มองว่า ตลาดสะท้อนความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรอบนี้ไปค่อนข้างมากแล้ว สิ่งที่ต้องจับตามากกว่า คือ ประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ (Economic Projections) และทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป โดยเฉพาะมุมมองต่อประเด็นเงินเฟ้อ หากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเกิด จากเงินเฟ้อที่ยังสูง แต่เศรษฐกิจยังเติบโตแข็งแกร่งควบคู่กัน อาจสะท้อนว่าเศรษฐกิจยังสามารถรองรับภาวะดอกเบี้ยสูงได้ และสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับจากการเติบโตของกำไร
สัญญาณเศรษฐกิจที่ดี หนุน BOJ จ่อขึ้นดอกเบี้ย เพื่อเดินหน้าปรับนโยบายสู่ภาวะปกติ
เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังมีแรงส่งที่แข็งแกร่ง โดยข้อมูลในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา โดยรวมออกมาดีกว่าคาดการณ์ของตลาด แม้ต้องเผชิญกับราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การประชุมเดือนกันยายน มีแนวโน้มที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 1.25% ซึ่ง Yuanta CIO ประเมินว่า ตลาดได้สะท้อนประเด็นดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว ผ่านการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ จึงอยู่ที่ระดับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางในระยะยาว (Neutral Rate) ซึ่งตลาดประเมินว่าอาจอยู่บริเวณ 2% ในปี 2027 รวมถึงมุมมองของ BOJ ต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น หากยังส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการเติบโต อาจสนับสนุนการปรับประมาณการเศรษฐกิจขึ้นในระยะถัดไป
โอกาสการลงทุนในวัฎจักร AI ขยายออกจาก Compute สู่โครงสร้างพื้นฐานรอบด้าน
สัญญาณล่าสุดจากอุตสาหกรรม AI สะท้อนว่า ความต้องการกำลังเปลี่ยนจากเพียงการคาดการณ์ (Forecast) ไปสู่การลงทุนจริง (Commitment) มากขึ้น โดยลูกค้าเริ่มล็อกกำลังการผลิตล่วงหน้า ผ่านสัญญาระยะยาว การชำระเงินล่วงหน้า (Prepayment) และการสำรองกำลังการผลิต (Capacity Reservation) ส่งผลให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระยะข้าง มีความชัดเจนมากขึ้น
ขณะเดียวกัน โอกาสระยะถัดไปไม่ได้จำกัดอยู่เพียงชิปประมวลผล แต่กำลังขยายไปยังองค์ประกอบรอบการประมวลผล (Compute) โดยโอกาสกำลังขยายจากชิปไปสู่โครงสร้างพื้นฐานรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น
- ระบบเครือข่ายและออปติคัล (Networking & Optical)
- หน่วยความจำ (Memory) - อุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Equipment)
- บรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูง (Advanced Packaging)
- โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Power Infrastructure)
ตามข้อจำกัดของการขยายกำลังการผลิตด้าน AI (AI Capacity) ที่เริ่มเปลี่ยนจากความพร้อมของชิป ไปสู่กำลังการผลิต พื้นที่ศูนย์ข้อมูล และพลังงานมากขึ้น
อีกสัญญาณที่สำคัญ คือ AI ในภาคธุรกิจ (Enterprise AI) เริ่มเข้าสู่การใช้งานจริงและสร้างรายได้มากขึ้น แต่เมื่อ AI Agent สามารถเข้าถึงข้อมูลและซอฟต์แวร์ภายในองค์กรมากขึ้น ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) จะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อความเร็วในการนำ AI ไปใช้งานในวงกว้าง สะท้อนว่าโอกาสจาก AI กำลังขยายจากโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ซอฟต์แวร์และระบบรักษาความปลอดภัยมากขึ้น
แนะนำบริหารจัดการพอร์ตลงทุนตามแนวทาง Core & Satellite Strategy
ทีม Yuanta CIO ยังคงแนะนำการจัดพอร์ตภายใต้แนวทาง Core & Satellite Strategy เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนระยะยาว และการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากธีมการลงทุนที่มีศักยภาพ
Core Portfolio (สัดส่วน 60-80%) : มุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์หลักที่สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอและเป็นรากฐานของพอร์ตในระยะยาว พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
Satellite Portfolio (สัดส่วน 20-40%) : เน้นการลงทุนในธีมที่มีศักยภาพหรือโอกาสเฉพาะตัว เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) จากการจับจังหวะของตลาด
โดยสัปดาห์นี้มีโอกาสที่ตลาดจะผันผวนจากการประชุม Fed และ BOJ จึงมองว่าการปรับฐานระยะสั้นเป็นจังหวะสำหรับทยอยสะสมสินทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ มากกว่าการลดความเสี่ยงออกจากพอร์ตทั้งหมด จึงแนะปรับพอร์ตหลักและพอร์ตเสริม ดังนี้
1. พอร์ตหลัก (Core Portfolio)
2. พอร์ตเสริม (Satellite Portfolio)
คำเตือน : ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
หมายเหตุ : แผนการลงทุนมีการปรับตามภาวะตลาดเป็นรายเดือน
ที่มา : Yuanta Wealth Compass (14-18 กันยายน 2569)
23 เล่ม · เลือกอ่านได้เลย