ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การพบกันระหว่างสหรัฐฯ และจีน มีความคืบหน้าในหลายประเด็น ทั้งการขยายข้อตกลงพักรบทางการค้า (Trade Truce) การลดภาษีสินค้าบางส่วน และสินค้าเกษตร ช่วยลดความกังวลด้านการค้าและแรงกดดันเงินเฟ้อจากภาษีลงบางส่วน
ขณะที่สัปดาห์นี้ ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยมหภาคของสหรัฐฯ ทั้งข้อมูลด้านเงินเฟ้อ และข้อมูลด้านตลาดแรงงาน เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในระยะถัดไป
ขณะเดียวกัน ทองคำยังมีบทบาทในการกระจายความเสี่ยง แม้เผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ขณะที่วัฏจักร AI ยังขยายโอกาสสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อ (Connectivity) ตามการเติบโตของ Agentic AI
การเติบโตทางเศรษฐกิจ (Growth) ของสหรัฐฯ อีกหนึ่งปัจจัยกำหนดทิศทางดอกเบี้ย Fed ระยะถัดไป
หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ตลาดจึงให้น้ำหนักกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม Yuanta CIO มีมุมมองว่า ตัวแปรที่ควรจับตาไม่ได้มีเพียงเงินเฟ้อ เพราะแนวโน้มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2026 เริ่มสะท้อนการเร่งตัวของอุปสงค์ในหลายด้าน ทั้งการบริโภค การลงทุน และการใช้จ่ายภาครัฐ บนสมมติฐานที่ว่า GDP ไตรมาส 2/2026 ที่จะรายงานในสัปดาห์นี้ไม่ได้ต่ำกว่าที่ตลาดคาด
ดังนั้น การรายงานข้อมูลดัชนีการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) และการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Payrolls) ในสัปดาห์นี้ ควรถูกพิจารณาร่วมกัน โดยประเด็นสำคัญ คือ ข้อมูลเศรษฐกิจโดยรวมสอดคล้องกับภาพที่ Fed ประเมินไว้หรือไม่
หากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง แต่การเติบโตของเศรษฐกิจ (Growth) และอุปสงค์ (Demand) ยังแข็งแกร่ง จะสนับสนุนแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป (Gradual Hike) มากกว่าการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย (Accelerated Hike) ซึ่งยังเป็นสถานการณ์ที่เอื้อต่อการเติบโตของกำไรบริษัท
ทองคำยังมีบทบาทกระจายความเสี่ยง ท่ามกลาง Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูง
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงในเดือนสิงหาคม โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินลงทุนที่ไหลเข้าผ่านหลายช่องทาง ทั้งกองทุน ETF ทองคำ (Gold ETF) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) และสัญญาสิทธิ (Options) ขณะที่การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ยังเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ช่วงเดือนกันยายน ทองคำเริ่มกลับมาเผชิญแรงกดดันจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ Yuanta CIO ยังคงเป้าหมายราคาทองคำปี 2026 ที่ประมาณ 4,675 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แรงส่งของทองคำมีโอกาสชัดเจนขึ้นในปี 2027 หากแรงกดดันจาก Bond Yield เริ่มคลี่คลาย โดยประเมินเป้าหมายปี 2027 ไว้ที่ประมาณ 4,883 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับมุมมองการลงทุน Yuanta CIO ยังให้น้ำหนักทองคำในฐานะสินทรัพย์ช่วยกระจายความเสี่ยง (Portfolio Diversifier) พร้อมคงคำแนะนำให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าระดับปกติเล็กน้อย (Slightly Overweight) ท่ามกลางปัจจัยสนับสนุนระยะกลางที่ยังคงอยู่
Agentic AI ดันโอกาสจาก Compute สู่ Scale-In Networking
การเติบโตของ Agentic AI กำลังทำให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเปลี่ยนไป เนื่องจาก AI Agent ต้องเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน ฐานข้อมูล ระบบจัดเก็บข้อมูล และบริการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ข้อมูลเข้าออกระบบประมวลผลถี่และซับซ้อนขึ้น จึงทำให้ระบบเครือข่ายส่วนหน้า (Front-End Network) มีความสำคัญมากขึ้น
เมื่อการรับส่งข้อมูลเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ AI (AI Server) เร็วขึ้น คอขวดของระบบจึงมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่การรับส่งข้อมูลภายในเซิร์ฟเวอร์ ตั้งแต่ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU), หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ไปจนถึงระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage) ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อภายในระบบ เช่น ระบบเชื่อมต่อ PCIe (PCIe Fabric), สวิตช์ (Switch) และอุปกรณ์ทวนสัญญาณ (Retimer) มีบทบาทมากขึ้น เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ AI
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI (AI Infrastructure) ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงชิปประมวลผล แต่กำลังขยายไปสู่ระบบเครือข่าย (Networking), ระบบเชื่อมต่อ (Connectivity) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยแสง (Optical Connectivity) มากขึ้น ขณะที่การใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นยังช่วยสนับสนุนการลงทุนใน ศูนย์ข้อมูล (Data Center), ระบบเครือข่าย (Network) และระบบประมวลผล AI (AI Compute) ให้ขยายตัวต่อเนื่อง
แนะนำบริหารจัดการพอร์ตลงทุนตามแนวทาง Core & Satellite Strategy
ทีม Yuanta CIO ยังคงแนะนำการจัดพอร์ตภายใต้แนวทาง Core & Satellite Strategy เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนระยะยาว และการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากธีมการลงทุนที่มีศักยภาพ
Core Portfolio (สัดส่วน 60-80%) : มุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์หลักที่สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอและเป็นรากฐานของพอร์ตในระยะยาว พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
Satellite Portfolio (สัดส่วน 20-40%) : เน้นการลงทุนในธีมที่มีศักยภาพหรือโอกาสเฉพาะตัว เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) จากการจับจังหวะของตลาด
สำหรับสัปดาห์นี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่งอาจทำให้ตลาดเผชิญความผันผวนจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ขณะที่วัฏจักร AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนโอกาสการลงทุน ส่วนทองคำยังมีบทบาทในการกระจายความเสี่ยงท่ามกลางความผันผวน จึงแนะนำปรับการลงทุนให้สอดรับกับภาวะตลาด ดังนี้
1. พอร์ตหลัก (Core Portfolio)
2. พอร์ตเสริม (Satellite Portfolio)
คำเตือน : ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
หมายเหตุ : แผนการลงทุนมีการปรับตามภาวะตลาดเป็นรายสัปดาห์
ที่มา : Yuanta Wealth Compass (28 กันยายน - 2 ตุลาคม 2569)
23 เล่ม · เลือกอ่านได้เลย